เนื้อหาสรุป บทที่ ๙

1. ภูมิปัญญา (Wisdom) 1.1 ความรู้ ความสามารถ ความเชื่อ ความสามารถทางพฤติกรรม และความสามารถในการแก้ไขปัญหาของมนุษย์ 1.2 ความรู้ ความคิด ความเชื่อ ความสามารถ ความจัดเจน ที่กลุ่มชนได้จากประสบการณ์ที่สั่งสมไว้ในการปรับตัวและดำรงชีพในระบบนิเวศน์ หรือสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทางสังคม และ วัฒนธรรมที่ได้มีการพัฒนาการสืบสานกันมา 1.3 ภูมิปัญญาเป็นเรื่องที่สั่งสมกันมาตั้งแต่อดีต และเป็นเรื่องของการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติแวดล้อม 1.4 ประสบการณ์ในการประกอบอาชีพ ในการศึกษาเล่าเรียน

2. ภูมิปัญญาพื้นบ้าน เป็นองค์ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมและสืบทอดกันมา อันเป็นความสามารถและศักยภาพในเชิงแก้ปัญหา การปรับตัวเรียนรู้และสืบทอดไปสู่คนรุ่นใหม่ เพื่อการดำรงอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ จึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เผ่าพันธุ์ หรือเป็นวิถีของชาวบ้าน 3. ภูมิปัญญาชาวบ้าน (Popular Wisdom) หมายถึง 3.1 แกนหลักของการมองชีวิต การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข 3.2 พื้นเพ รากฐานของความรู้ชาวบ้าน 3.3 วิธีการปฏิบัติซึ่งชาวบ้านได้มาจากประสบการณ์ แนวทางแก้ไข ปัญหาแต่ละเรื่อง แต่ละประสบการณ์ แต่ละสภาพแวดล้อม
3.5 ชาวบ้านคิดได้เอง นำมาใช้ในการแก้ปัญหา เป็นสติปัญญา เป็นองค์ความรู้ทั้งหมดของชาวบ้าน 3.6 ความรู้ประสบการณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งได้รับการศึกษา อบรม สั่งสอน และถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ หรือเป็นความรู้ ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรงของตนเอง ซึ่งได้เรียนรู้จากการทำงาน จากธรรมชาติแวดล้อม 3.7 โดยที่ปราชญ์ชาวบ้านเหล่านี้ได้มีกระบวนการวิเคราะห์ และสั่งสมประสบการณ์มาเป็นเวลานาน เป็นที่ยอมรับนับถือของคนทั่วไป

4. ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) หมายถึง กระบวนทัศน์ของบุคคลที่มีต่อตนเอง ต่อโลกและสิ่งแวดล้อมซึ่งกระบวนทัศน์ดังกล่าวจะมีรากฐานจากคำสอนทางศาสนา คติ จารีตประเพณีที่ได้รับการถ่ายทอดสั่งสอน และปฏิบัติสืบเนื่องกันมาปรับปรนเข้ากับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงแต่ละสมัย ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายเพื่อความสงบสุขของในส่วนที่เป็นชุมชน และปัจเจกบุคคล ซึ่งกระบวนทัศน์ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น จำแนกออกไป 3 ลักษณะ คือ ลักษณะที่ 1 ภูมิปัญญาเกี่ยวกับการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติล้อมรอบ

ลักษณะที่ 2 ภูมิปัญญาเกี่ยวกับระบบสังคมหรือการจัดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ลักษณะที่ 3 ภูมิปัญญาเกี่ยวกับระบบการผลิตหรือการประกอบอาชีพที่มี ลักษณะมุ่งเน้นระบบการผลิตเพื่อพึ่งพาตนเอง 5. ภูมิปัญญาไทย หมายถึง องค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ ของการดำรงชีวิตของคนไทยที่เกิดจากการสะสมประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประกอบกับแนวคิดวิเคราะห์ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของตนเองจนเกิดหลอมรวมเป็นแนวคิดในการแก้ไขปัญหาที่เป็นลักษณะของตนเอง ที่สามารถพัฒนาความรู้ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับกาลสมัยในการแก้ไขปัญหาของการดำรงชีวิต

ภูมิปัญญามีกระบวนการคิดที่เกิดจากการสืบทอด ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมในชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ แล้วพัฒนาเลือกสรร ปรับปรุงองค์ความรู้เหล่านี้ จนเกิดทักษะและความชำนาญที่สามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาชีวิตได้อย่างเหมาะสมกับยุคสมัย แล้วเกิด ภูมิปัญญาหรือองค์ความรู้ใหม่ที่เหมาะสม แล้ว สืบทอดพัฒนาต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด
ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการของภูมิปัญญาไทย 1. ความรู้เดิมในเรื่องนั้น ๆ ผสมผสานกับความรู้ใหม่ที่ได้รับ 2. การสั่งสม การสืบทอดของความรู้ในเรื่องนั้น 3. ประสบการณ์เดิมที่สามารถเทียบเคียงกับเหตุการณ์หรือ ประสบการณ์ใหม่ได้ 4. สถานการณ์ที่ไม่มั่นคงหรือมีปัญหาที่ยังหาทางออกไม่ได้ 5. รากฐานทางพุทธศาสนา วัฒนธรรมและความเชื่อถือ

ลักษณะของภูมิปัญญาไทย 1. เป็นเรื่องของการใช้ความรู้ ทักษะ ความเชื่อและพฤติกรรม 2. แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติแวดล้อม และคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ 3. เป็นองค์รวมหรือกิจกรรมทุกอย่างในวิถีชีวิต 4. เป็นเรื่องของการแก้ปัญหา การจัดการ การปรับตัว การเรียนรู้เพื่อความอยู่รอดของบุคคล ชุมชน และสังคม 5. เป็นแกนหลักในการมองชีวิต เป็นพื้นความรู้ในเรื่องต่าง ๆ 6. มีลักษณะเฉพาะหรือมีเอกลักษณ์ในตัวเอง 7. มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับสมดุลในพัฒนาการทางสังคมตลอดเวลา

ความสำคัญของภูมิปัญญาไทย 1. ช่วยสร้างชาติให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง 2. สร้างความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีเกียรติภูมิแก่คนไทย 3. สามารถประยุกต์หลักคำสอนในศาสนามาใช้ในวิถีชีวิตได้อย่างเหมาะสม 4. สร้างความสมดุลระหว่างคนกับสังคมและธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน 5. ช่วยเปลี่ยนแปลงปรับปรนวิถีชีวิตของคนไทยให้เหมาะสมตามยุคสมัย

ขอบข่ายภูมิปัญญาไทย จำแนกสาขาภูมิปัญญาไทยไว้ดังนี้ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้กำหนดสาขาย่อยของภูมิปัญญาชาวบ้าน 5 สาขา ดังนี้ 1. ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการเกษตร 2. ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านสิ่งแวดล้อม 3. ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการจัดการ สวัสดิการ และธุรกิจชุมชน 4. ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการรักษาโรคและการป้องกัน 5. ภูมิปัญญาชาวบ้านด้านการผลิตและการบริโภค
สำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ กำหนดสาขาของภูมิปัญญาไทย ไว้ 10 สาขา ดังนี้ 1. สาขาเกษตรกรรม 2. สาขาอุตสาหกรรมและหัตถกรรม 3. สาขาการแพทย์แผนไทย 4. สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5. สาขากองทุนและธุรกิจชุมชน 6. สาขาสวัสดิการ 7. สาขาศิลปกรรม 8. สาขาการจัดการ 9. สาขาภาษาและวรรณกรรม 10. สาขาศาสนาและประเพณี

การแบ่งสาขาภูมิปัญญาไทย เกณฑ์ ด้านสังคมวิทยาและด้านมานุษยวิทยา 1. เกณฑ์ทางสังคม สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ 1. ภูมิปัญญาส่วนบุคคล 2. ภูมิปัญญาสท้องถิ่น 3. ภูมิปัญญาชาติ 2. เกณฑ์ทางมานุษยวิทยา สามารถแบ่งได้เป็น 2 ระดับ 1. ภูมิปัญญาหลวง 2. ภูมิปัญญาชาวบ้าน

องค์การของภูมิปัญญาไทย องค์กรและหน่วยงานระดับนโยบาย 1. คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2. คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 3. คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ องค์กรและหน่วยงานระดับบริหาร 1. กระทรวงศึกษาธิการ 2. ทบวงมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด

องค์กรและหน่วยงานปฏิบัติการ 1. องค์กรเครือข่ายภูมิปัญญาไทย 2. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 3. หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ 4. ศูนย์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

องค์กรเครือข่ายภูมิปัญญาไทย 10 กลุ่ม ดังนี้ 1. กลุ่มเครือข่ายสถาบันการศึกษา 2. ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน 3. ศูนย์วัฒนธรรม 4. ศูนย์ภูมิปัญญาท้องถิ่น 5. สถาบันศาสนา 6. สถาบันชุมชนและองค์กรเอกชน 7. สถาบันสื่อมวลชน 8. สถาบันอาชีพและธุรกิจเอกชน 9. หน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองท้องถิ่น 10. สภาวัฒนธรรม

ให้ความเห็น

Be the first to comment!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Trackback URI

%d bloggers like this: